About Enrollment in Graduate School
ก่อนอื่นขอพูดเกี่ยวกับจำนวนหน่วยกิตที่ต้องเก็บในป.โทสักหน่อย
คณะที่เราเรียนบังคับให้ลงเรียนรวม 2 ปีแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 30 หน่วยกิต (วิชาวิจัยกับอาจารย์ที่ปรึกษา 8 หน่วยกิต, วิชาบังคับเฉพาะทาง 8 หน่วยกิต, วิชาทั่วไป 4 หน่วยกิต และวิชาเสรี 10 หน่วยกิต) ซึ่งวิชาเรียนที่นี่จะวิชาละ 2 หน่วยกิต เท่ากับว่าลงแค่ 15 ตัวก็ครบแล้ว
สำหรับ 2 ปีถือว่าไม่เยอะเลย แต่ทุกคนก็พยายามเก็บให้ครบในปีแรก แล้วปี 2 จะใช้เวลากับงานวิจัย
ปี 1 เทอมแรกเราเลยลงไป 8 ตัว เทอม 2 อีก 7 ตัว ปีแรกก็เลยดูเหมือนจะไม่สบายอย่างที่คิดไว้ =A=
ถ้าเราสนใจอยากเรียนวิชาของนักศึกษาป.ตรีเราก็ไปเรียนได้นะ แต่ต้องไปคุยกับอาจารย์และจะเก็บเป็นหน่วยกิตไม่ได้เท่านั้นเอง (ตอนนี้เราขอลงเรียนวิชายิงธนูกับภาษาละตินไป)
การลงทะเบียนวิชาเรียนในระดับป.โทไม่ง่ายอย่างที่คิด
ปกติถ้าเป็นป.ตรี เราแค่จัดตารางวิชาที่อยากเรียนให้ลงตัว ลงทะเบียนในเว็บ ถ้าลงได้ก็ไปเข้าเรียนได้เลย แต่ป.โทของที่นี่ไม่ใช่แบบนั้น (ที่อื่นเป็นเหมือนกันไหมก็ไม่รู้เหมือนกัน)
พอเช็คดูตารางเวลา อ่านรายละเอียดคอร์สเรียนแล้ว ถ้าตัดสินใจว่าจะเรียนวิชาไหนเราต้องไปหาอาจารย์วิชานั้น(ย้ำว่าควรจะไปหาอาจารย์ทุกท่าน!)ด้วย เพื่อถามว่าเราเรียนได้ไหม เพราะอาจารย์อาจจะไม่เปิดสอนเนื่องด้วยไม่คิดว่าจะมีคนมาเรียน หรืออาจารย์อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเวลาแล้วเราไม่รู้ก็เป็นได้
นี่คือตัวอย่างที่เราเจอ เมื่อไปห้องวิจัยของอาจารย์ท่านหนึ่งเพื่อขอลงเรียนวิชาอาจารย์
อาจารย์: นี่คุณอ่านซิลิบัสแล้วหรือยัง
ตาล: อ่านแล้วค่ะ
อาจารย์: (อาจารย์ทำท่าครุ่นคิด) แล้วอยากจะเรียนจริงๆหรือ
ตาล: อยากลองเรียนดูค่ะ เพราะอ่านซิลิบิสแล้วดูน่าสนใจ (จริงๆแล้วสิ่งที่อ.เขียนบนซิลิบัส หนูอ่านแล้วไม่เข้าใจเลยว่าคืออะไร แต่อยากรู้ว่ามันคืออะไรเลยอยากเรียน 555)
อาจารย์: ผมตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนมาเรียนวิชานี้ (ในใจคิด อ่าว แล้วอาจารย์จะเปิดทำไมคะ 55) งั้นลองเรียนดูไหม
สรุปก็เลยได้เรียน ตอนแรกวิชานั้นจะมีแค่เราคนเดียว แต่ตอนมีนักเรียนป.ตรีที่อยู่ในที่ปรึกษาอาจารย์เข้ามาเรียนด้วย เลยเป็น 2 คน (ไม่เหงาแล้วว 55)
การที่ต้องไปคุยกับอาจารย์ทุกท่านดูจะเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่เรื่องลงทะเบียนในระบบออนไลน์นั้นไม่ใช่เรื่องยุ่งยากสักเท่าไหร่ เพราะนักศึกษาป.โทมีไม่เยอะ ไม่ต้องแย่งกับใคร แต่จะต้องวางแผนวิชาเรียนของทั้งเทอมแรกและเทอมสอง(เปลี่ยนแปลงได้ภายหลัง)เลยด้วย แต่พูดตามตรงระบบออนไลน์ของม.ยามากาตะยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะข้อผิดพลาดเยอะมาก แต่ก็ยังพอๆไปได้ แต่มีอีกอย่างที่ยุ่งยากหน่อยของม.นี้คือ ลงทะเบียนออนไลน์แล้วยังไม่พอ ต้องเขียนลงกระดาษเอกสารส่งเขาด้วย แถมดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ป.โท นักศึกษาป.ตรีก็ต้องเขียนลงกระดาษส่งเหมือนกัน (อันนี้ไม่เข้าใจเท่าไหร่ ว่าทำไมต้องทำทั้งสองอัน 55)
ส่วนเรื่องเนื้อหาวิชาเรียนจะค่อนข้างยืดหยุ่น ไม่ตรงกับในซิลิบัสสักเท่าไหร่ เพราะคนมาเรียนมีไม่เยอะ มีหลายวิชาที่คาบแรกอาจารย์จะมาถามนักเรียนว่าเรียนเรื่องนี้ดีไหม อยากเรียนเรื่องไหนมากกว่า อาจารย์จะกำหนดเนื้อหาโดยดูจากตัวผู้เรียนเสียมากกว่า หรือไม่ก็อาจารย์จะกำหนดเนื้อหาจากงานวิจัยของคนที่อาจารย์เป็นที่ปรึกษาว่าทำงานวิจัยเรื่องอะไร แล้วจะสอนเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับงานวิจัยของคนนั้น โดยส่วนตัวเรารู้สึกว่าเกือบทุกวิชามีเนื้อหาที่น่าสนใจ เพราะทุกวิชาเรียนค่อนข้างลึก(มาก) มีแต่เรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เลยยังรู้สึกสนุกอยู่
ตอนนี้เปิดเทอมมาเป็นอาทิตย์ที่ 3 แล้ว วิชาเรียนต่างๆ เริ่มลงตัว ไม่ต้องมากังวลเรื่องวิชาเรียนแล้ว แต่ก็ต้องหันไปใช้เวลากับการอ่านเตรียมล่วงหน้าหรือไม่ก็การบ้านแทน ส่วนใหญ่อาจารย์จะสั่งให้อ่านมาล่วงหน้าก่อน ถ้าไม่อ่านเตรียมมาอาจารย์ก็จะรู้ (เพราะในห้องมีไม่กี่คน = =) เลยรู้สึกว่าป.โทต้องใช้เวลากับการเตรียมตัวกับการเรียนมากกว่าสมัยป.ตรีมาก (จริงๆป.ตรีแทบไม่เคยอ่านล่วงหน้าเลย 55) เวลาเที่ยวก็เลยไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่แล้วว ;(
เปิดเทอมมา 3 อาทิตย์เองแต่ก็รู้สึกเริ่มเหนื่อยแล้ว (จริงๆไม่ได้เหนื่อยเพราะเรียน แต่เหนื่อยเพราะทำงานไบท์ 55) แต่ตอนนี้ยังรู้สึกสนุกอยู่เลยยังพอไปไหว แต่อีกสักพักจะไหวไหมนะ..
สู้ๆ :)
คณะที่เราเรียนบังคับให้ลงเรียนรวม 2 ปีแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 30 หน่วยกิต (วิชาวิจัยกับอาจารย์ที่ปรึกษา 8 หน่วยกิต, วิชาบังคับเฉพาะทาง 8 หน่วยกิต, วิชาทั่วไป 4 หน่วยกิต และวิชาเสรี 10 หน่วยกิต) ซึ่งวิชาเรียนที่นี่จะวิชาละ 2 หน่วยกิต เท่ากับว่าลงแค่ 15 ตัวก็ครบแล้ว
สำหรับ 2 ปีถือว่าไม่เยอะเลย แต่ทุกคนก็พยายามเก็บให้ครบในปีแรก แล้วปี 2 จะใช้เวลากับงานวิจัย
ปี 1 เทอมแรกเราเลยลงไป 8 ตัว เทอม 2 อีก 7 ตัว ปีแรกก็เลยดูเหมือนจะไม่สบายอย่างที่คิดไว้ =A=
ถ้าเราสนใจอยากเรียนวิชาของนักศึกษาป.ตรีเราก็ไปเรียนได้นะ แต่ต้องไปคุยกับอาจารย์และจะเก็บเป็นหน่วยกิตไม่ได้เท่านั้นเอง (ตอนนี้เราขอลงเรียนวิชายิงธนูกับภาษาละตินไป)
การลงทะเบียนวิชาเรียนในระดับป.โทไม่ง่ายอย่างที่คิด
ปกติถ้าเป็นป.ตรี เราแค่จัดตารางวิชาที่อยากเรียนให้ลงตัว ลงทะเบียนในเว็บ ถ้าลงได้ก็ไปเข้าเรียนได้เลย แต่ป.โทของที่นี่ไม่ใช่แบบนั้น (ที่อื่นเป็นเหมือนกันไหมก็ไม่รู้เหมือนกัน)
พอเช็คดูตารางเวลา อ่านรายละเอียดคอร์สเรียนแล้ว ถ้าตัดสินใจว่าจะเรียนวิชาไหนเราต้องไปหาอาจารย์วิชานั้น(ย้ำว่าควรจะไปหาอาจารย์ทุกท่าน!)ด้วย เพื่อถามว่าเราเรียนได้ไหม เพราะอาจารย์อาจจะไม่เปิดสอนเนื่องด้วยไม่คิดว่าจะมีคนมาเรียน หรืออาจารย์อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเวลาแล้วเราไม่รู้ก็เป็นได้
นี่คือตัวอย่างที่เราเจอ เมื่อไปห้องวิจัยของอาจารย์ท่านหนึ่งเพื่อขอลงเรียนวิชาอาจารย์
อาจารย์: นี่คุณอ่านซิลิบัสแล้วหรือยัง
ตาล: อ่านแล้วค่ะ
อาจารย์: (อาจารย์ทำท่าครุ่นคิด) แล้วอยากจะเรียนจริงๆหรือ
ตาล: อยากลองเรียนดูค่ะ เพราะอ่านซิลิบิสแล้วดูน่าสนใจ (จริงๆแล้วสิ่งที่อ.เขียนบนซิลิบัส หนูอ่านแล้วไม่เข้าใจเลยว่าคืออะไร แต่อยากรู้ว่ามันคืออะไรเลยอยากเรียน 555)
อาจารย์: ผมตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนมาเรียนวิชานี้ (ในใจคิด อ่าว แล้วอาจารย์จะเปิดทำไมคะ 55) งั้นลองเรียนดูไหม
สรุปก็เลยได้เรียน ตอนแรกวิชานั้นจะมีแค่เราคนเดียว แต่ตอนมีนักเรียนป.ตรีที่อยู่ในที่ปรึกษาอาจารย์เข้ามาเรียนด้วย เลยเป็น 2 คน (ไม่เหงาแล้วว 55)
การที่ต้องไปคุยกับอาจารย์ทุกท่านดูจะเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่เรื่องลงทะเบียนในระบบออนไลน์นั้นไม่ใช่เรื่องยุ่งยากสักเท่าไหร่ เพราะนักศึกษาป.โทมีไม่เยอะ ไม่ต้องแย่งกับใคร แต่จะต้องวางแผนวิชาเรียนของทั้งเทอมแรกและเทอมสอง(เปลี่ยนแปลงได้ภายหลัง)เลยด้วย แต่พูดตามตรงระบบออนไลน์ของม.ยามากาตะยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะข้อผิดพลาดเยอะมาก แต่ก็ยังพอๆไปได้ แต่มีอีกอย่างที่ยุ่งยากหน่อยของม.นี้คือ ลงทะเบียนออนไลน์แล้วยังไม่พอ ต้องเขียนลงกระดาษเอกสารส่งเขาด้วย แถมดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ป.โท นักศึกษาป.ตรีก็ต้องเขียนลงกระดาษส่งเหมือนกัน (อันนี้ไม่เข้าใจเท่าไหร่ ว่าทำไมต้องทำทั้งสองอัน 55)
ส่วนเรื่องเนื้อหาวิชาเรียนจะค่อนข้างยืดหยุ่น ไม่ตรงกับในซิลิบัสสักเท่าไหร่ เพราะคนมาเรียนมีไม่เยอะ มีหลายวิชาที่คาบแรกอาจารย์จะมาถามนักเรียนว่าเรียนเรื่องนี้ดีไหม อยากเรียนเรื่องไหนมากกว่า อาจารย์จะกำหนดเนื้อหาโดยดูจากตัวผู้เรียนเสียมากกว่า หรือไม่ก็อาจารย์จะกำหนดเนื้อหาจากงานวิจัยของคนที่อาจารย์เป็นที่ปรึกษาว่าทำงานวิจัยเรื่องอะไร แล้วจะสอนเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับงานวิจัยของคนนั้น โดยส่วนตัวเรารู้สึกว่าเกือบทุกวิชามีเนื้อหาที่น่าสนใจ เพราะทุกวิชาเรียนค่อนข้างลึก(มาก) มีแต่เรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เลยยังรู้สึกสนุกอยู่
ตอนนี้เปิดเทอมมาเป็นอาทิตย์ที่ 3 แล้ว วิชาเรียนต่างๆ เริ่มลงตัว ไม่ต้องมากังวลเรื่องวิชาเรียนแล้ว แต่ก็ต้องหันไปใช้เวลากับการอ่านเตรียมล่วงหน้าหรือไม่ก็การบ้านแทน ส่วนใหญ่อาจารย์จะสั่งให้อ่านมาล่วงหน้าก่อน ถ้าไม่อ่านเตรียมมาอาจารย์ก็จะรู้ (เพราะในห้องมีไม่กี่คน = =) เลยรู้สึกว่าป.โทต้องใช้เวลากับการเตรียมตัวกับการเรียนมากกว่าสมัยป.ตรีมาก (จริงๆป.ตรีแทบไม่เคยอ่านล่วงหน้าเลย 55) เวลาเที่ยวก็เลยไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่แล้วว ;(
เปิดเทอมมา 3 อาทิตย์เองแต่ก็รู้สึกเริ่มเหนื่อยแล้ว (จริงๆไม่ได้เหนื่อยเพราะเรียน แต่เหนื่อยเพราะทำงานไบท์ 55) แต่ตอนนี้ยังรู้สึกสนุกอยู่เลยยังพอไปไหว แต่อีกสักพักจะไหวไหมนะ..
สู้ๆ :)
Comments
Post a Comment