Homestay in Higashine

ในที่สุดก็มีโอกาสได้ลองไปโฮมสเตย์ที่บ้านคนญี่ปุ่น

เราได้ไปอยู่บ้านของสามีภรรยาชาวเกษตรที่ทำไร่ปลูกต้นแอปเปิ้ลกับซากุรัมโบะ (เชอร์รี่) ในเมืองฮิงาชิเนะ จ.ยามางาตะ
ตอนนี้ในบ้านมีเพียงแค่ โอก้าซัง โอโต้ซัง และเนียวจัง (แมวชราอายุ 14 ปี) อาศัยอยู่
โอโต้ซังกับโอก้าซังอายุมากแล้ว มีลูก 4 คนแต่ทุกคนก็แยกย้ายกันออกไปทำงานไปแต่งงานกัน หลักๆ แล้วจึงอยู่ด้วยกันแค่ 2 คน




บ้านหลังใหญ่มาก เป็นบ้านแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่จุคนได้เป็นจำนวนมาก เข้าไปข้างในจะเห็นกระดาษญี่ปุ่นสีขาวที่ติดอยู่ที่ประตูบานเลื่อน (โชจิ) แหว่งเป็นรูหลายที่ ดูเหมือนว่าจะเป็นร่องรอยที่หลานชายสร้างไว้เวลามาบ้าน มีทั้งรอยโดนเจาะ หรือรอยฟันของดาบคาตานะของเล่น แต่ร่องรอยพวกนั้นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าบ้านดูสวยงามน้อยลงเลย

โอโต้ซังได้พาเราเข้าไปดูในโกดัง สาธิตวิธีคัดเลือกแอปเปิ้ลคุณภาพดี วิธีแยกขนาดแอปเปิ้ล วิธีส่องดูว่าแอปเปิ้ลมีน้ำผึ้งอยู่ข้างในไหม (ดูเหมือนว่าถ้าแอปเปิ้ลมีน้ำข้างในจะทำให้อร่อยขึ้น และดูมีราคา) ซึ่งแอปเปิ้ลที่ครอบครัวนี้ปลูกนั้นเป็นแอปเปิ้ลฟูจิ เป็นแอปเปิ้ลราคาแพงที่ถูกนำไปขายในห้างดังของยามางาตะ (เราคิดว่าคงไ่ม่มีทางได้ซื้อเอง เพราะราคามันแพงมาก)
รสชาติก็อร่อยสมชื่อ แถมได้แอปเปิ้ลกลับมาถุงใหญ่ถุงหนึ่งอีก

อาหารมื้อเย็นเป็นสุกี้ยากี้ ไม่รู้จะพูดยังไง แต่อร่อยมาก ได้กินเนื้อโยเนซาว่าด้วย (เนื้อชื่อดังของยามางาตะที่อร่อยและแพง) ผักก็อร่อย ไข่ก็อร่อย อร่อยไปหมด กินจนพุงป่อง (แถมยังกินเหลืออีกตั้งเยอะ)
ทั้งสองคนบอกว่าเป็นครั้งแรกที่เป็นโฮสแฟมิลี่ รู้สึกกังวลมากว่าจะทำอะไรให้กินดี ทำแล้วจะกินได้ไหม พอเห็นพวกเรากินกันอย่างเอร็ดอร่อยก็ดูโล่งอกกัน (美味しいものなら何でも食べられますよ!)



ระหว่างทานอาหารโอโต้ซังก็มันจะพูดให้ข้อคิดต่างๆ มากมาย เล่าถึงความฝันของตัวเอง ว่าตนมีความฝันว่าอยากจะไปตามสถานที่ดังๆ ตามที่เห็นในหนังสือเรียนตอนประถม เช่น ฝรั่งเศส พีระมิด ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะได้เห็นพีระมิดสมใจอยาก และได้ไปมาอีกหลายประเทศด้วย (ไปมามากกว่าเราอีก)
รู้สึกนับถือที่แม้จะอายุประมาณรุ่นคุณย่าเราแล้วแต่ก็ยังคงตามความฝันอยู่ ย้อนกลับมามองตัวเองที่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าความฝันคืออะไร
สงสัยคงต้องลองคิดแบบจริงจังดูบ้างแล้ว

อีกอย่าง โอโต้ซังบอกว่าทุกครั้งที่ไป จะต้องพาโอก้าซังไปด้วย เพราะไม่งั้นจะทำให้มีเรื่องที่คุยกันไม่รู้เรื่องได้
ยังมีอีกหลายๆ เรื่องที่พอฟังแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าโอโต้ซังดูใส่ใจโอก้าซังมาก(いいなー)ฟังแล้วหัวใจก็รู้สึกอบอุ่นๆ ยังไงชอบกล


( เนียวจัง > < )

คืนนี้เป็นคืนที่ได้สัมผัสการใช้ชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น ได้เข้าอ่างอาบน้ำโอะฟุโระ (ชอบมาก) ได้นอนบนฟุตงแบบหนาๆ (ปกติที่นอนในห้องตัวเองค่อนข้างบาง) ได้ดูทีวีก่อนนอน (ที่อพาร์ตเม้นต์ไม่มี) ได้นอนในที่ที่มีฮีตเตอร์อุ่นๆ นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้นอนในค่ำคืนที่อุ่นๆ แบบนี้ (พิมพ์ๆแล้วทำไมชีวิตดูน่าเศร้าจัง) 


 อาหารเช้าวันถัดมาเป็นโมจิ คนยามางาตะเขาทานโมจิเป็นอาหารเช้ากัน (เพิ่งรู้)
โอก้าซังเอาข้าวเหนียวใส่เครื่องปั้นโมจิอัตโนมัติ เวลามันหมุนแป้งดูน่ารักมาก
แป้งก้อนโตที่พอหมุนได้ที่ก็เอามาตัดเป็นก้อนกลมๆ เล็กๆ คลุกกับถั่วซุนดะ(ถั่วสีเขียว) อังโกะ(ถั่วแดง) วอลนัท(คุรุมิ) และนัตโตะ
นัตโตะ ใช่แล้ว, นัตโตะ! เป็นอาหารญี่ปุ่นอย่างเดียวที่เรากินยังไงก็รู้สึกอยากจะอ้วก
แต่วันนี้พอลองใส่โชยุลงไปก็ไม่รู้สึกขยะแขยงเลย ไม่ถึงขั้นอร่อยแต่ก็กินได้
เย้ กินนัตโตะได้แล้ว นี่เราโตขึ้นแล้วสินะ (= =?)

นอกจากโมจิก็ยังมีซุปโซนิที่ปกติไว้กินช่วงปีใหม่(ซุปจะใส่โมจิ) แล้วก็ปลาแซลมอนเบนิชาเกะ
อร่อยหมดเลย 

(เครื่องปั้นโมจิ)

(นัตโตะะะะ)

(โมจิหลายรส)

การไปโฮมสเตย์ของพวกเราก็จบลงเพียงเท่านี้
สรุปคือไปถึงช่วงทานข้าวเย็น ค้างหนึ่งคืน ทานข้าวเช้าด้วยกันก็เป็นอันสิ้นสุด  (ได้อยู่แปปเดียวเอง แง)
ซึ่งที่ต้องจากกันเร็วเพราะพวกเราต้องไปเตรียมตัวซ้อมการแสดงคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นในเมืองนั้นต่อ
โอโต้ซังไม่ว่าง เลยมีแค่โอก้าซังมากดู แต่แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว

พวกเราคนไทย 4 คนแสดงรำไทย เพลงเซิ้งกระติ๊บที่ไม่มีกระติบผสมกับศิลปะการนุงผ้า โดยการเอาผ้าขาวม้ามาใส่เป็นโจงกระเบนให้ผู้ชมดู ดูมีคนชอบเยอะก็ดีใจ การแสดงของประเทศอื่นๆ ก็สุดยอดมาก
แม้ในชีวิตนี้จะแสดงคอนเสิร์ตมานับไม่ถ้วนแล้ว(ส่วนใหญ่จะเล่นดนตรี) แต่ก็ยังคงตื่นเต้น และรู้สึกสนุกทุกครั้ง :)


(ปาร์ตี้เล็กๆ หลังแสดงคอนเสิร์ตจบ)

กิจกรรมโฮมสเตย์และคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาวัฒนธรรมญี่ปุ่น ม.ยามางาตะ นับถืออาจารย์มากๆ ที่พยายามอยากให้นักเรียนได้ออกไปเจอวัฒนธรรมญี่ปุ่นจริงๆ ไม่มีการเรียนเลคเชอร์ใดๆ อาจารย์พยายามหาวิธีที่ทำให้พวกเราได้ทดลองสิ่งต่างๆโดยให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด เช่น ใส่กิโมโน ไปออนเซน ทำขนมวากาชิ เป่าขลุ่ยญี่ปุ่น แสดงคอนเสิร์ต หรือแม้กระทั้งไปโฮมสเตย์ในครั้งนี้ (ครั้งนี้ไปฟรีแถมกินดีอยู่ดี)

อีกอย่างที่รู้สึกจากการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดยปกติแล้วเวลาไปแสดงคอนเสิร์ตผู้ชมที่มาชมจะเป็นพ่อแม่เรา ไม่ก็คนไม่รู้จัก แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะโฮสแฟมิลี่ที่เราได้ไปใช้ชีวิตด้วยแม้แค่ในช่วงเวลาสั้นๆก็อุตส่าห์มาดู มาให้กำลังใจ เลยรู้สึกดีใจ
และพอเห็นครอบครัวแต่ละครอบครัวมาแสดงความชื่นชมการแสดงของพวกเรา ได้เห็นท่าทีที่ไม่อยากจากลากันของแต่ละครอบครัวกับนักเรียนแลกเปลี่ยน ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ
ทำไมแค่คืนเดียวสั้นๆ ทุกคนถึงดูผูกพันได้ขนาดนี้นะ

บอกตรงๆ ว่าเป็นสองวันที่สนุกมาก ไม่ได้ทำอะไรที่รู้สึกสนุกแบบนี้มาสักพักแล้ว
เลยตัดสินใจว่ากลับมาต้องเขียนบล็อคให้ได้ (ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เริ่มเขียนสักทีนะ)

ตั้งใจว่ายังไงก็จะไปหาโอโต้ซังกับโอก้าซังอีกให้ได้ คราวหน้าถ้าเป็นไปได้อยากไปช่วยเขาเก็บซากุรัมโบะจัง

Comments

  1. ชอบนะ เขียนออกมาได้เห็นภาพเลย ภาษากระชับเข้าใจง่ายดี 👍

    ReplyDelete
  2. น่าร้ากกกกกก เคยไปอยู่โฮสแฟมิลี่เหมือนกันแต่เป็นที่คากาว่าคืนนึง โอโต้ซังกับโอก้าซังน่ารักมากกกกก แบบลูกๆเขาก็แยกย้ายไปมีครอบครัว นานๆทีมาหาเหมือนกัน และเลี้ยงแมวหนึ่งตัว อิอิ
    อ่านของตาลก็นึกถึงตอนที่ไปพักที่นั่น อบอุ่น^^

    ReplyDelete
    Replies
    1. จริงป่าววว งั้นก็คล้ายๆกันเลยย > <

      Delete

Post a Comment